Business Matching @ Yangon, Myanmar 2026

banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner

ข้อมูลบริการ

  • การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด
  • อาหาร
  • การเกษตร
  • เครื่องสำอาง
  • ยาและสมุนไพร
  • อาหาร

รายละเอียดบริการ

ข้อเสนอกิจกรรม Business Matching @ Yangon, Myanmar 2026

1. รายละเอียดบริการ

  • ชื่องาน: Business Matching @ Yangon, Myanmar 2026
  • ประเภทของงาน: การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด
  • กำหนดการจัดงาน: วันที่ 28 ตุลาคม – 29 ตุลาคม พ.ศ. 2569
  • สถานที่จัดงาน: Junction City Shopping Mall ย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
  • วันปิดรับสมัครในระบบ BDS   สมัครได้ตั้งแต่วันนี้สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนยื่นเอกสารและได้รับการอนุมัติจาก สสว.  
    ภายใน วันที่ 14 สิงหาคม 2569

2. ความเป็นมาของงาน

สถานการณ์ปัจจุบันและโอกาสทางธุรกิจ ในปัจจุบัน สถานการณ์ภายในประเทศเมียนมาได้ปรับตัวเข้าสู่สภาวะปกติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในศูนย์กลางเศรษฐกิจหลัก เช่น กรุงย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และเมาะละแหม่ง ซึ่งถือเป็น "โอกาสทอง" สำหรับผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจ ในขณะที่คู่แข่งขันจากประเทศอื่นยังมีจำนวนไม่มากนัก แม้รัฐบาลเมียนมาจะบังคับใช้กฎระเบียบการค้าที่เข้มงวดขึ้นนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 โดยเฉพาะระบบใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออก แต่ประเทศไทยยังคงมี ความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ เนื่องจากมีด่านการค้าถาวรและจุดผ่อนปรนจำนวนมากที่ติดกับเมียนมา ทำให้ SME ไทยสามารถปรับตัวและเข้าถึงตลาดได้รวดเร็วกว่าประเทศอื่น

การขยายผลจากการสำรวจตลาดจริง กิจกรรมในปี 2569 นี้ เป็นการดำเนินงานเชิงรุกที่ขยายผลมาจากความสำเร็จของงาน Business Matching @ Yangon, Myanmar 2025 (จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–30 สิงหาคม 2568) ซึ่งในครั้งนั้นได้มีการนำคณะผู้ประกอบการไทยไปสำรวจตลาดจริง (Actual Market) ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ได้แก่ Junction City และ Time City ในย่างกุ้ง การจัดงานในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการไทยได้แสดงศักยภาพและเข้าสู่ตลาดจริงอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างการยอมรับในสายตาชาวเมียนมาอีกครั้งผ่านความร่วมมือของพันธมิตรที่เข้มแข็ง

ซึ่งความสำเร็จและมูลค่าทางเศรษฐกิจจากผลงานที่ผ่านมา จากการดำเนินกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ในประเทศเมียนมาอย่างต่อเนื่องของสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) และพันธมิตร พบว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงในการสร้างมูลค่าทางการค้าจริง จากการดำเนินกิจกรรมในอดีต พบว่าสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 กิจกรรม Business Matching ณ กรุงย่างกุ้ง สร้างมูลค่า 10 ล้านบาท 

บทบาทของพันธมิตรบริษัทที่ร่วมจัดกิจกรรมในครั้งนี้คือ บริษัท โอเค บิสสิเนส ลิ้งค์ จำกัด ซึ่งมีบทบาทหลักในการบริหารจัดการและสนับสนุนการเข้าร่วมงานของผู้ประกอบการไทย โดยมีขอบเขตการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้

  • การวางแผนและประสานงาน: รับผิดชอบการวางแผนและการประสานงานทั้งหมดสำหรับการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ
  • การประชาสัมพันธ์และตลาด: สนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ
  • การจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching): ดำเนินการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจเพื่อส่งเสริมการเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้นำเข้าและผู้ซื้อจากต่างประเทศ
  • การอำนวยความสะดวกและบริหารจัดการพื้นที่: ดูแลด้านการอำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมงาน บริหารจัดการพื้นที่แสดงสินค้า และประสานงานกับผู้จัดงานในพื้นที่
  • การขับเคลื่อนกิจกรรมในเมียนมา: เป็นผู้ผลักดันให้เกิดการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจในเมียนมาอีกครั้ง เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้แสดงศักยภาพในตลาดจริง

นอกจากนี้ บริษัทฯ เห็นถึงความสำคัญของบทบาท สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทย ตลอดจนการผลักดันการจัดกิจกรรมงานแสดงสินค้าและกิจกรรมเจรจาธุรกิจ จึงใคร่ขอเรียนเชิญสถาบันฯ เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมดังกล่าวสำหรับการดำเนินงานของ สถาบันฯ ในด้านการจัดกิจกรรมแสดงสินค้าและการเจรจาธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ SME ไทย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีรายละเอียดบทบาทหน้าที่ อาทิ

  • การจัดกิจกรรมแสดงสินค้าและเชื่อมโยงธุรกิจ (Trade Exhibitions & Networking)

สถาบันฯ มีบทบาทสำคัญในการจัดกิจกรรมแสดงสินค้าและเชื่อมโยงธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของบริการเครื่องมือทางธุรกิจ (Business Tools Service) เพื่อให้ผู้ประกอบการมีพื้นที่ในการนำเสนอสินค้าและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้โดยตรง

  • การเจรจาธุรกิจและการสร้างเครือข่าย (Business Matching)
  • นอกจากการจัดแสดงสินค้าแล้ว สถาบันฯ ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นที่ปรึกษาเพื่อเชื่อมโยงธุรกิจและแสวงหาความร่วมมือทางธุรกิจของ SMEsหน้าที่นี้รวมถึง
  • การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อสร้างพันธมิตรทางการค้าและขยายฐานการตลาด
  • การเข้าสู่ตลาดจริง มุ่งเน้นการขยายแผนงานที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Business Value Chain) เพื่อให้ SME สามารถเข้าสู่ตลาดและเกิดเศรษฐกิจการค้าจริง
  • การส่งเสริมผู้ประกอบการสู่ตลาดต่างประเทศ (SME Exporter)

สถาบันฯ กำหนดให้การพัฒนา SME Exporterเป็นหนึ่งในประเด็นขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระดับสากล โดยมีการสนับสนุนในด้านต่างๆ เช่น

  • กิจกรรมและช่องทางการตลาด ดำเนินการกิจกรรมทางการตลาด ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์
  • การร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร

เพื่อเพิ่มโอกาสและขยายช่องทางทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้ดำเนินงานรวมถึงทำความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีบทบาทด้านการค้าโดยตรง ในการพัฒนาและดำเนินโครงการส่งเสริมการตลาด อันจะช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดใหม่และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยบทบาทเหล่านี้ สถาบันฯ จึงไม่ได้เพียงแค่ให้ความรู้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้ SME ไทยเข้าถึงโอกาสทางการค้าใหม่ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจให้เติบโต

3. กลุ่มเป้าหมาย

  • SME ไทยที่ต้องการส่งออก: กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (มาตรฐาน อย.), เครื่องสำอาง/เวชสำอาง, สินค้าสัตว์เลี้ยง
  • SME ไทยที่ต้องการนำเข้า: สินค้าเกษตรแปรรูป (ถั่ว, ข้าวโพด, งา)
  • ผู้ร่วมเจรจาธุรกิจ (Buyers/Partners):ผู้จัดหาสินค้า (Supplier), ผู้นำเข้า (Importer), ผู้ส่งออก (Exporter), คู่ค้า (Partner), นักลงทุน (Investor) และตัวแทนจำหน่าย (Agent)

4. วัตถุประสงค์ของการจัดงาน

  1. เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและเมียนมา เพิ่มโอกาสในตลาดอาเซียนและตลาดเชื่อมต่อ (จีนตอนใต้, อินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ, บังคลาเทศ)
  2. เพื่อเปิดโอกาสให้ SME ไทยเข้าสู่ตลาดเมียนมาในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง เช่น อาหาร ยา และสินค้าสัตว์เลี้ยง
  3. เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจและการลงทุนในลักษณะตัวกลางส่งผ่าน (Middleman) สำหรับสินค้าวัตถุดิบและเกษตรแปรรูป

5. กิจกรรมภายในงาน

  • กิจกรรมจัดแสดงสินค้าและสาธิตผลิตภัณฑ์ (Product Showcase & Demonstration) การนำเสนอศักยภาพของสินค้าและบริการของไทย เพื่อสร้างภาพลักษณ์และการจดจำแบรนด์ (Brand Awareness) ให้แก่กลุ่มเป้าหมายและผู้เข้าชมงาน โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูลเชิงลึก การสาธิตวิธีการใช้งาน และการประชาสัมพันธ์คุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์เพื่อทดสอบการตอบรับของตลาด (Market Testing) แทนการจำหน่ายสินค้าในรูปแบบการค้าปลีก
  • การเจรจาธุรกิจ (Business Matching) การจัดนัดหมายเจรจาธุรกิจแบบพบหน้า (Face-to-Face) ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับกลุ่มผู้ซื้อระดับองค์กร (Buyer) ผู้นำเข้า (Importer) ตัวแทนจำหน่าย (Agent) และพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพในเมียนมา เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าที่ยั่งยืน
  • กิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ (Networking Sessions) พื้นที่สำหรับพบปะและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงธุรกิจอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ประกอบการไทยและนักธุรกิจเมียนมา

6. รูปแบบลักษณะการจัดงาน

การจัดงานมุ่งเน้นรูปแบบ Trade Exhibition & Business Matching (ไม่มีการจำหน่ายสินค้า) ภายใต้แนวคิด “Thai Brand Showcase” เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และแสดงศักยภาพของสินค้าไทยสู่ระดับสากล โดยมีการบริหารจัดการพื้นที่ให้มีความเหมาะสมและเป็นสัดส่วน ดังนี้

  • พื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์และประชาสัมพันธ์ (Product Showcase & PR Zone) จัดสรรพื้นที่สำหรับนำเสนอและสาธิตผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูลคุณสมบัติเด่นของสินค้าและบริการแก่ผู้เข้าชมงานและกลุ่มเป้าหมาย
  • พื้นที่เจรจาธุรกิจระดับมืออาชีพ (Private B2B Negotiation Zone) จัดพื้นที่ที่มีความเป็นส่วนตัวและเอื้อต่อการสนทนาเชิงลึก เพื่อสนับสนุนกิจกรรม B2B ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการสร้างความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน

รูปแบบการจัดงานดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะและสร้างเครือข่ายกับกลุ่ม ผู้นำเข้า (Importer), ตัวแทนจำหน่าย (Agent), ผู้จัดจำหน่าย (Distributor) และ พันธมิตรทางธุรกิจ (Partner) ที่มีศักยภาพในเมียนมาโดยตรง เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจการค้าจริงตลอดห่วงโซ่คุณค่า

  • กิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) จะดำเนินการครอบคลุมทั้ง  2 รูปแบบ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าให้ได้มากที่สุด
  • การนัดหมายล่วงหน้า (Pre-scheduled Matching) การจัดลำดับการเจรจาตามเป้าหมายที่ผู้ซื้อลงทะเบียนจับคู่เจรจาไว้ผ่านแพลตฟอร์มที่เตรียมไว้

การจับคู่ธุรกิจหน้างาน (On-site Matching) เปิดกว้างให้นักธุรกิจที่สนใจสามารถเข้ามาเจรจาได้ทันทีภายในงาน

ขั้นตอนการดำเนินงาน

7. ขั้นตอนการดำเนินงาน

7.1 ขั้นตอนการดำเนินงานของผู้จัดกิจกรรม

ระยะที่ 1 การเตรียมความพร้อมก่อนการจัดกิจกรรม (Pre-Event Preparation)

  1. การประชาสัมพันธ์และรับสมัครผู้ประกอบการ
    ดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการและเปิดรับสมัครผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการขยายตลาดสู่ประเทศเมียนมา
  2. การพัฒนาข้อมูล Business Profile และการนำเสนอธุรกิจ (Pitching)
    สนับสนุนผู้ประกอบการในการจัดทำและปรับปรุงข้อมูล Business Profile รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านการนำเสนอธุรกิจ เพื่อให้สามารถสื่อสารจุดเด่นของสินค้าและศักยภาพทางธุรกิจต่อคู่ค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. การจัดกิจกรรมอบรมเตรียมความพร้อม (Market Insight)
    จัดอบรมหรือสัมมนาเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดเมียนมา แนวโน้มอุตสาหกรรม พฤติกรรมผู้บริโภค และข้อควรคำนึงในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการก่อนการเจรจาธุรกิจ

ระยะที่ 2 การดำเนินกิจกรรมเชื่อมโยงธุรกิจ (Event Implementation)

  1. การประสานงานผู้ซื้อ (Buyer) และจัดตารางการเจรจาธุรกิจ
    ประสานงานกับคู่ค้าทางธุรกิจหรือผู้ซื้อในประเทศเมียนมา พร้อมทั้งจัดทำตารางการเจรจาธุรกิจ (Business Matching Schedule) ระหว่างผู้ประกอบการไทยและคู่ค้า เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและความร่วมมือทางธุรกิจ
  2. การดำเนินกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching)
    จัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจแบบ B2B ระหว่างผู้ประกอบการไทยและคู่ค้าทางธุรกิจในประเทศเมียนมา เพื่อสร้างโอกาสในการขยายตลาดและสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ

7.2 ขั้นตอนการขอรับบริการ

  1. สมัครผ่านโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS
  2. เจ้าหน้าที่สถาบันฯ จะเป็นผู้ติดต่อแจ้งผลการพิจารณาคัดเลือก
  3. ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องชำระเงินเต็มจำนวนภายในวันที่ที่สถาบันฯ กำหนด

หากไม่ชำระภายในกำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์

  1. ประชุมเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมกิจกรรม โดยเจ้าหน้าที่สถาบันฯ จะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดต่างๆ
  2. ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่สถาบันฯ ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมเสร็จสิ้นแล้ว ต้องทำแบบประเมินความพึงพอใจและสรุปยอดขายทั้งหมดให้สถาบันฯ ทราบ

     7.3คุณสมบัติผู้ประกอบการ

1. สินค้าและบริการที่นำมาเข้าร่วมต้องไม่ผิดกฎหมาย และไม่เคยมีประวัติเสียหาย ไม่ลอกเลียนแบบ 

    สินค้าหรือลอกเลียนตราสินค้าของผู้อื่น ไม่เป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา  

    และไม่เป็นสินค้าหรือบริการที่ขัดต่อหลักศีลธรรมและจริยธรรม

2. สินค้าและบริการ ต้องได้รับเครื่องหมาย หนังสือรับรองคุณภาพและมาตรฐาน เช่น อย. HACCP, GMP,

    มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.), มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.), IFROM ฯลฯ และ 

    มาตรฐานที่ประเทศเป้าหมายกำหนด

3. กรณีบริษัทของผู้ประกอบการไม่ได้ทำการผลิตเอง ต้องมีการรับรองได้ว่าเป็นสินค้าที่ได้รับอนุญาตจาก

    ผู้ผลิตแล้ว

ประโยชน์ของบริการ

8. ประโยชน์ที่จะได้รับ

  • การขยายเครือข่ายทางธุรกิจในระดับภูมิภาค เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งในตลาดเมียนมา และเชื่อมโยงสู่ตลาดที่มีพรมแดนติดต่อกัน เช่น บังคลาเทศ, อินเดียภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจีนภาคตะวันตกเฉียงใต้
  • การเข้าสู่ตลาดจริง (Actual Market Entry) ช่วยให้  SME สามารถก้าวเข้าสู่ตลาดเมียนมาได้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านการทำกิจกรรม  B2B ซึ่งมุ่งเน้นให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและการค้าจริงตลอดห่วงโซ่คุณค่า
  • การสร้างภาพลักษณ์และการยอมรับในแบรนด์สินค้าไทย เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของสินค้า (Thai Brand Showcase) เพื่อสร้างการจดจำและภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาผู้ซื้อและนักธุรกิจชาวเมียนมา
  • โอกาสการจับคู่ธุรกิจกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ได้พบปะและเจรจาธุรกิจแบบตัวต่อตัว (Face-to-Face) กับกลุ่มผู้ซื้อระดับองค์กร อาทิ ผู้นำเข้า (Importer), ตัวแทนจำหน่าย (Agent), และนักลงทุน (Investor) ที่มีศักยภาพ
  • การทดสอบตลาดและพัฒนากลยุทธ์ ใช้เป็นช่องทางในการทดสอบการตอบรับของผลิตภัณฑ์และรวบรวมข้อมูลเชิงลึก เพื่อนำไปใช้พัฒนากลยุทธ์การขยายตลาดสู่กลุ่มประเทศ CLMV อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การสนับสนุนสู่การเป็นผู้ส่งออกมืออาชีพ (SME Exporter) ผู้ประกอบการจะได้รับการสนับสนุนผ่านบริการเครื่องมือทางธุรกิจ (Business Tools Service) จาก ISMED ซึ่งทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อม" ในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากล
  • การขยายธุรกิจในลักษณะตัวกลางส่งผ่าน (Middleman) เพิ่มโอกาสในการนำสินค้าวัตถุดิบหรือสินค้าเกษตรแปรรูปจากเมียนมา เพื่อทำการค้าส่งผ่านไปยังประเทศอื่น ๆ ที่มีความต้องการ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีเพื่อยกระดับเศรษฐกิจในภูมิภาค

สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับ

9. ค่าใช้จ่ายกิจกรรม

  • ค่าบริการ: 66,500 บาทต่อกิจการ (ราคานี้ยังไม่รวมค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าเดินทาง)

10. สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับ

  1. สิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมพื้นที่จัดแสดงและสาธิตสินค้า (Product Showcase) และกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ตลอดระยะเวลา 2 วัน
  2. พื้นที่สำหรับจัดแสดงสินค้าและป้ายชื่อกิจการประจำจุดแสดงสินค้า เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นสากล ขนาดพื้นที่ 3 x 1.6 เมตร
  3. โต๊ะเจรจาธุรกิจขนาด 1.20 x 0.60 เมตร พร้อมเก้าอี้ สำหรับใช้ในการหารือกับคู่ค้าโดยเฉพาะ (1 ชุดต่อกิจการ)
  4. โต๊ะ/เคาน์เตอร์สำหรับวางโชว์สินค้า (Product Display Table) ซึ่งจะถูกจัดวางไว้ที่บริเวณด้านหน้าสุดของแต่ละกิจการ เพื่อให้ผู้ที่เดินผ่านทางเดินกลาง (Wide Walkway) สามารถเห็นสินค้าได้
  5. ตารางนัดหมายเจรจาธุรกิจล่วงหน้า

อื่นๆ

11. ประสบการณ์ของผู้จัดกิจกรรม

11.1 ประสบการณ์และผลงานของสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED)

สถาบันฯ เป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดงานเจรจาธุรกิจระหว่างประเทศ (Business Matching) และงานแสดงสินค้าเฉพาะกลุ่ม โดยทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อม" (Bridge) เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่การเป็น SME Exporter

  • ผลงานกิจกรรมเจรจาธุรกิจในประเทศเมียนมา (ลำดับตามปีที่จัดงาน)
    • ปี 2568: กิจกรรม Business Matching @ Yangon, Myanmar 2025 (ผู้ประกอบการ 7 ราย) – มูลค่าทางเศรษฐกิจ 10 ล้านบาท

11.2 บทบาทและประสบการณ์ของพันธมิตรร่วมจัด (บริษัท โอเค บิสสิเนส ลิ้งค์ จำกัด)

บริษัทฯ มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้บริหารจัดการและสนับสนุนการจัดกิจกรรมเชิงรุก เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าสู่ตลาดจริงในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีขอบเขตความเชี่ยวชาญดังนี้

  • การบริหารจัดการงานแสดงสินค้าต่างประเทศ เชี่ยวชาญด้านการวางแผนและประสานงานการเข้าร่วมกิจกรรมในต่างประเทศอย่างครบวงจร
  • การจัดการพื้นที่และอำนวยความสะดวก รับผิดชอบการบริหารพื้นที่จัดงาน (Booth Management) การจัดโซนแสดงสินค้า (Showcase) และการประสานงานกับผู้ควบคุมสถานที่ในพื้นที่จริง
  • การขับเคลื่อนกิจกรรม  Business Matching เป็นผู้ผลักดันการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจร่วมกับผู้นำเข้า (Importer) และตัวแทนจำหน่าย (Agent) ชาวเมียนมา เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดที่เป็นรูปธรรมให้กับ SME ไทย
  • การประชาสัมพันธ์และตลาด ดำเนินการสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายในเมียนมา และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์สินค้าไทย (Thai Brand Showcase)

คำค้น (Keyword)

อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ธุรกิจเกษตร

สาขาที่ให้บริการ

สำนักงานใหญ่

ข้อมูลในการติดต่อ

ระบบบริการ

฿66,500

เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ SME

กิจกรรมที่เข้าร่วม

การตลาดในประเทศ และต่างประเทศ

วันที่ยื่นข้อเสนอ :

01 ก.ย. 2568, 08:00 - 31 พ.ค. 2569, 17:00

ผู้ให้บริการทางธุรกิจ

logo
มูลนิธิเพื่อสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม

โทรศัพท์มือถือ :

0641579663

โทรศัพท์อื่นๆ :

02 105 4778 ต่อ 2001, 3012

อีเมล :

info@ismed.or.th

เว็บไซต์ :

www.ismed.or.th

ที่อยู่ :

99 หมู่ 18 ถนนป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมสาสตร์ ศูนย์รังสิต ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120

เว็บไซต์สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น
เราจึงขอให้ท่านยินยอมสำหรับการใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน ข้อกำหนดเว็บไซต์ และนโยบายความเป็นส่วนตัว