The Saudi Food Show 2026

banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner

ข้อมูลบริการ

  • การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด
  • อาหาร
  • อาหาร

รายละเอียดบริการ

1. รายละเอียดบริการ

  • ชื่องาน:The Saudi Food Show 2026
  • ประเภทของงาน: งานแสดงสินค้าและการเจรจาธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ที่มี ขนาดใหญ่ที่สุดในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย (Business-to-Business: B2B)
  • กำหนดการจัดงาน: วันที่ 27 - 29 กันยายน 2569
  • สถานที่จัดงาน:Riyadh Front Exhibition & Conference Center กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
  • หมายเหตุ: เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ โดยต้องได้รับการอนุมัติจาก สสว. ปิดรับสมัครภายในวันที่  29 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น

2. ความเป็นมาของงาน

ความเป็นมาและความสำคัญของงาน The Saudi food Show

งาน The Saudi food Show เป็นงานแสดงสินค้าและการจัดซื้อในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ที่มี ขนาดใหญ่ที่สุดในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย โดยทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านอาหารของประเทศ ด้วยการรวบรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีอิทธิพลจากทั่วโลกมาไว้ที่กรุงริยาด เพื่อนำเสนอเทรนด์ล่าสุด นวัตกรรม และโอกาสในการเติบโตที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรม

การเติบโตและการต่อยอดความสำเร็จ จากการต่อยอดความสำเร็จในฉบับก่อนหน้า งานในปี 2026 ถูกออกแบบให้มีความยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยมีการขยายฐาน ผู้จัดแสดงสินค้าจากนานาชาติ รวมถึงการเชิญผู้นำทางความคิดระดับโลกและผู้มีอำนาจตัดสินใจระดับสูงในอุตสาหกรรมมาร่วมงาน เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศอาหารที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วของซาอุดีอาระเบีย

การสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (Saudi Vision 2030) เป้าหมายของงานมีความสอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับ ยุทธศาสตร์ Saudi Vision 2030 ซึ่งสะท้อนถึงวาระสำคัญของราชอาณาจักรในด้าน ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) การสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืน งานนี้จึงเป็นจุดนัดพบที่สำคัญสำหรับผู้นำอุตสาหกรรม ผู้ซื้อ และนักลงทุน ในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงยุคสมัยใหม่ของการค้าอาหารในซาอุดีอาระเบีย

องค์ประกอบสำคัญและกิจกรรมภายในงาน เพื่อตอบสนองต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม (เช่น การที่ยอดส่งออกอาหารของซาอุดีอาระเบียพุ่งสูงขึ้นกว่า 60% ตั้งแต่ปี 2021) งานนี้จึงประกอบด้วยกิจกรรมไฮไลท์ที่ครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่

  • The Saudi food Summit: การประชุมระดับสูงที่รวบรวมผู้กำหนดนโยบายและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อหารือด้านการลงทุน กฎระเบียบ และเทคโนโลยีอาหาร
  • Top Table Saudi:การรวมตัวของเชฟระดับมิชลินสตาร์และผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเพื่อนำเสนอศิลปะการปรุงอาหารระดับโลก
  • Coffee World:แพลตฟอร์มสำหรับการสำรวจโอกาสและเทรนด์ในตลาดกาแฟโลกที่กำลังเติบโต
  • Saudi food Excellence Awards: การมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติแก่นวัตกรรมและความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

โดยสรุป The Saudi food Show ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้าเท่านั้น แต่เป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่มีมูลค่าสูง และเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมอาหารในระดับภูมิภาคและระดับโลก

จากการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดตะวันออกกลาง สถาบันฯ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมในแต่ละกิจกรรม โดยกิจกรรม “Thai Expo SME One Fest in Bahrain 2019” สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการแสดงสินค้าและการเจรจาธุรกิจรวมกว่า 100 ล้านบาท ขณะที่กิจกรรม “GLOMAT First Virtual Biz Matching Thai-Bahrain” ซึ่งจัดในรูปแบบออนไลน์ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจจากการจับคู่เจรจาการค้ารวมกว่า 300 ล้านบาท และสำหรับการเข้าร่วมเจรจาธุรกิจในงาน “SAUDI FOOD EXPO 2025” สามารถสร้างรายได้ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 1 ปี รวมมูลค่ากว่า 13.7 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาภาพรวมของทุกกิจกรรม สถาบันฯ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรวมได้ไม่น้อยกว่า 413.7 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ และการสร้างโอกาสทางการค้าอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในภูมิภาคตะวันออกกลาง

บทบาทและขอบเขตการดำเนินงานของพันธมิตร

บริษัท อินฟินิตี้ ทัวร์ แพลนเนอร์ จำกัด มีบทบาทในการบริหารจัดการและสนับสนุนการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าของผู้ประกอบการไทย โดยครอบคลุมการดำเนินงานสำคัญ ได้แก่

  • การติดต่อและประสานงานการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ
  • การสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และการสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ
  • การจัดเตรียมพื้นที่การจัดกิจกรรม  Business Matching เพื่อส่งเสริมการเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ
  • การอำนวยความสะดวกด้านการเข้าร่วมงาน การบริหารพื้นที่แสดงสินค้า และการประสานงานกับผู้จัดงาน

ทั้งนี้ บริษัท อินฟินิตี้ ทัวร์ แพลนเนอร์ จำกัด เห็นถึงความสำคัญของบทบาท สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทย ตลอดจนการผลักดันการจัดกิจกรรมงานแสดงสินค้าและกิจกรรมเจรจาธุรกิจ จึงใคร่ขอเรียนเชิญสถาบันฯ เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมดังกล่าวสำหรับการดำเนินงานของ สถาบันฯ ในด้านการจัดกิจกรรมแสดงสินค้าและการเจรจาธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ SME ไทย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีรายละเอียดบทบาทหน้าที่ อาทิ

  • การจัดกิจกรรมแสดงสินค้าและเชื่อมโยงธุรกิจ (Trade Exhibitions & Networking)

สถาบันฯ มีบทบาทสำคัญในการจัดกิจกรรมแสดงสินค้าและเชื่อมโยงธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของบริการเครื่องมือทางธุรกิจ (Business Tools Service) เพื่อให้ผู้ประกอบการมีพื้นที่ในการนำเสนอสินค้าและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้โดยตรง

  • การเจรจาธุรกิจและการสร้างเครือข่าย (Business Matching)
  • นอกจากการจัดแสดงสินค้าแล้ว สถาบันฯ ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นที่ปรึกษาเพื่อเชื่อมโยงธุรกิจและแสวงหาความร่วมมือทางธุรกิจของ SMEsหน้าที่นี้รวมถึง
  • การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching): เพื่อสร้างพันธมิตรทางการค้าและขยายฐานการตลาด
  • การเข้าสู่ตลาดจริง มุ่งเน้นการขยายแผนงานที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Business Value Chain) เพื่อให้ SME สามารถเข้าสู่ตลาดและเกิดเศรษฐกิจการค้าจริง
  • การส่งเสริมผู้ประกอบการสู่ตลาดต่างประเทศ (SME Exporter)

 

สถาบันฯ กำหนดให้การพัฒนา SME Exporterเป็นหนึ่งในประเด็นขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระดับสากล โดยมีการสนับสนุนในด้านต่างๆ เช่น

  • กิจกรรมและช่องทางการตลาด ดำเนินการกิจกรรมทางการตลาด ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์
  • การร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อเพิ่มโอกาสและขยายช่องทางทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้ดำเนินงานรวมถึงทำความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีบทบาทด้านการค้าโดยตรง ในการพัฒนาและดำเนินโครงการส่งเสริมการตลาด อันจะช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดใหม่และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยบทบาทเหล่านี้ สถาบันฯ จึงไม่ได้เพียงแค่ให้ความรู้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้ SME ไทยเข้าถึงโอกาสทางการค้าใหม่ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจให้เติบโต

 

3. กลุ่มเป้าหมาย

  • ผู้ประกอบการ: ตั้งแต่ระดับ SME และขนาดใหญ่ ที่มีความพร้อมในการส่งออก
  • อุตสาหกรรมเป้าหมาย: อาหารและเครื่องดื่มฮาลาล, วัตถุดิบและส่วนประกอบอาหาร, สินค้าเพื่อสุขภาพและออร์แกนิค, บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม, รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร
  • กลุ่ม ผู้ผลิต, ผู้นำเข้า, ผู้ส่งออก, ตัวแทนจำหน่าย, ฝ่ายจัดซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต, และเจ้าของร้านอาหาร

4. วัตถุประสงค์ของการจัดงาน

  • เพื่อสร้างพันธมิตรทางธุรกิจและส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศไทยกับซาอุดีอาระเบีย
  • เพื่อผลักดันการจับคู่ธุรกิจในคลัสเตอร์สำคัญและหาช่องทางใหม่ๆ ในการขยายโอกาสทางธุรกิจ
  • เพื่อศึกษาทิศทางและความต้องการที่แท้จริงของตลาดซาอุดีอาระเบีย เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ไทยให้สอดคล้องกับความต้องการนั้น

5. กิจกรรมภายในงาน

การจัดงาน The Saudi food Show 2026 มีความแตกต่างและโดดเด่นจากปีที่ผ่านมา โดยเน้นการต่อยอดความสำเร็จเดิมให้มีความยิ่งใหญ่และครอบคลุมระดับสากลมากขึ้น ดังนี้

  • การขยายฐานผู้จัดแสดงสินค้าจากนานาชาติ: งานในปี 2026 จะมีจำนวนผู้ร่วมแสดงสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นกว่าครั้งก่อนๆ เพื่อตอกย้ำสถานะการเป็นกิจกรรมการจัดซื้ออาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ที่ใหญ่ที่สุดในซาอุดีอาระเบีย
  • การดึงดูดผู้นำระดับโลก: มีการเชิญผู้นำทางความคิดระดับโลก (Global thought leaders) และผู้มีอำนาจตัดสินใจระดับสูงในอุตสาหกรรมมาร่วมงานมากขึ้น เพื่อแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกและทิศทางในอนาคตของอุตสาหกรรมอาหาร
  • การมุ่งเน้นประเด็นระดับยุทธศาสตร์: งานในปีนี้จะมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ Saudi Vision 2030 มากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นเรื่อง ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) การสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืน ซึ่งเป็นวาระสำคัญของราชอาณาจักร
  • การนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต: จะเป็นจุดนัดพบสำคัญในการสัมผัสกับ เทคโนโลยีรุ่นใหม่ (Next-generation technologies) และการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่กำลังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของการค้าอาหารในยุคใหม่
  • การจับคู่ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูง: มีโปรแกรมการสร้างเครือข่ายที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ (networking) เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้แสดงสินค้าได้พบกับ "คนที่ใช่" ในเวลาที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจที่มีความหมายมากกว่าเดิม

 

นอกจากนี้ งานยังคงจัดกิจกรรมยอดนิยมอย่างต่อเนื่อง เช่น The Saudi food Summit เพื่อหารือด้านการลงทุนและกฎระเบียบ, Top Table Saudi ที่รวมเชฟระดับมิชลินสตาร์ และ Coffee World เพื่อสำรวจเทรนด์ตลาดกาแฟโลก

  • นิทรรศการและการจัดซื้อระดับสากล งานนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่รวบรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีอิทธิพลจากทั่วโลก โดยในปี 2026 จะมีการ ขยายฐานผู้จัดแสดงสินค้าจากนานาชาติ ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อนำเสนอนวัตกรรม เทรนด์ล่าสุด และเทคโนโลยีรุ่นใหม่ (Next-generation technologies) ที่กำลังกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมอาหาร
  • การประชุมระดับสูง (The Saudi food Summit) เป็นพื้นที่รวมตัวของ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำอุตสาหกรรม และผู้มีอำนาจตัดสินใจ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุน กฎระเบียบ ห่วงโซ่อุปทาน และเทคโนโลยีอาหาร ผ่านบทสนทนาที่มุ่งเน้นการเติบโตในระยะยาวและการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
  • กิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจ งานมีโปรแกรมการจับคู่ทางธุรกิจที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ (networking) เพื่อช่วยให้ผู้จัดแสดงสินค้าและผู้ซื้อได้พบกับคู่ค้าที่ตรงความต้องการ มีระบบการแนะนำส่วนตัวและทีมช่วยเหลือ เพื่อให้ทุกการปฏิสัมพันธ์เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่มีความหมาย
  • พื้นที่สร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจ

Top Table Saudi:การรวมตัวของเชฟระดับมิชลินสตาร์และเชฟชื่อดัง เพื่อจัดแสดงมาสเตอร์คลาสที่มีชีวิตชีวา นำเสนอเทคนิคชั้นสูงและศิลปะการปรุงอาหารระดับโลก

Coffee World:พื้นที่จัดเวิร์กชอปและการสาธิตโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการคั่วกาแฟ เพื่อสำรวจโอกาสและเทรนด์ในตลาดกาแฟโลกที่กำลังเติบโต

  • การเชิดชูเกียรตินวัตกรรม (Saudi food Excellence Awards) มีการมอบรางวัลในหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อสนับสนุนแบรนด์ที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ความยั่งยืน และความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมอาหาร

6. รูปแบบลักษณะการจัดงาน

รูปแบบการจัดงาน The Saudi Food Show 2026 ได้รับการออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มการค้าและการจัดซื้อในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage: F&B) ที่มีขนาดใหญ่และมีอิทธิพลสูงที่สุดงานหนึ่งใน ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ตลอดจนผู้ซื้อรายสำคัญจากภูมิภาคตะวันออกกลางและนานาประเทศ ให้สามารถพบปะ เจรจาธุรกิจ และสร้างความร่วมมือทางการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มจากผู้ประกอบการชั้นนำทั่วโลก ครอบคลุมทั้งสินค้าอาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่ม วัตถุดิบ เทคโนโลยีการผลิต และโซลูชันด้านอุตสาหกรรมอาหารตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Food Supply Chain) นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสนับสนุนทางธุรกิจที่สำคัญ อาทิ การจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) การสัมมนาและเสวนาโดยผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารระดับนานาชาติ รวมถึงการนำเสนอแนวโน้มตลาดและโอกาสทางการค้าในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ด้วยรูปแบบการจัดงานที่มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจแบบครบวงจร งานดังกล่าวจึงนับเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการนำเสนอสินค้า สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และขยายโอกาสทางการค้าสู่ตลาด ตะวันออกกลาง และตลาดโลกอย่างยั่งยืน

ซึ่งทางสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กำหนดพื้นที่สำหรับแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจเป็นรูปแบบ Thai Pavilion เป็นพื้นที่ได้รับการออกแบบให้มีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนเพื่อการจดจำ โดยมีการติดตั้งป้ายชื่อผู้ประกอบการและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพื้นฐานที่เอื้อต่อการเจรจาธุรกิจ

รูปแบบการจัดกิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในพื้นที่

การจัดกิจกรรมภายในงานจัดแสดงสินค้าได้มีการเตรียมความพร้อมของพื้นที่บูธและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนการนำเสนอสินค้าและการเจรจาธุรกิจของผู้เข้าร่วมงาน โดยมีรายละเอียดดังนี้

บูธจัดแสดงสินค้าจะติดตั้ง ป้ายชื่อบูธ เพื่อแสดงชื่อผู้ประกอบการหรือหน่วยงานอย่างชัดเจน สร้างการจดจำและภาพลักษณ์ที่เป็นทางการภายในงาน

ภายในบูธมีการจัดเตรียม ขนาดพื้นที่มาตรฐาน กว้าง 2 เมตร ยาว 2 เมตร พร้อมแท่นวางสินค้า (Display Podium / Display Stand) สำหรับการจัดแสดงสินค้า ขนาดมาตรฐาน 68.5 ? 33 ? 79 เซนติเมตร (กว้าง ? ลึก ? สูง) เหมาะสำหรับการนำเสนอสินค้าให้มีความโดดเด่นและเข้าถึงสายตาผู้เข้าชมงาน

นอกจากนี้ มีการจัดเตรียม เก้าอี้ พื้นที่เจรจาธุรกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการนั่งพูดคุย เจรจาธุรกิจ หรือให้บริการข้อมูลแก่ผู้สนใจ

ด้านระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง บูธจะติดตั้ง ไฟฟ้าส่องสว่างภายในบูธ เพื่อให้พื้นที่จัดแสดงสินค้ามีความสว่างเหมาะสม และเสริมสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการนำเสนอสินค้า

พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดเตรียม จุดปลั๊กไฟมาตรฐานทั่วไปแบบ 3 ขา ขนาด 16 แอมป์ (16A) สำหรับรองรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์นำเสนอภายในบูธ

หมายเหตุสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม

  1. การเข้าร่วมงานมีวัตถุประสงค์เพื่อ จัดแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจเท่านั้น โดยภายในงานจะ ไม่มีการจำหน่ายสินค้า
  2. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับ พื้นที่สำหรับการเจรจาธุรกิจและจัดแสดงสินค้า พร้อมโครงสร้างมาตรฐานและอุปกรณ์พื้นฐานที่ผู้จัดงานจัดเตรียมไว้

ขั้นตอนการดำเนินงาน

7. ขั้นตอนการดำเนินงาน

7.1 ขั้นตอนการขอรับบริการ

  1. สมัครผ่านโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS
  2. เจ้าหน้าที่สถาบันฯ จะเป็นผู้ติดต่อแจ้งผลการพิจารณาคัดเลือก
  3. ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องชำระเงินเต็มจำนวนภายในวันที่ที่สถาบันฯ กำหนด

หากไม่ชำระภายในกำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์

  1. ประชุมเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมกิจกรรม โดยเจ้าหน้าที่สถาบันฯ จะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดต่างๆ
  2. ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่สถาบันฯ ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
  3. เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมเสร็จสิ้นแล้ว ต้องทำแบบประเมินความพึงพอใจและสรุปยอดขายทั้งหมดให้สถาบันฯ ทราบ

7.2คุณสมบัติผู้ประกอบการ

      1. สินค้าและบริการที่นำมาเข้าร่วมต้องไม่ผิดกฎหมาย และไม่เคยมีประวัติเสียหาย ไม่ลอกเลียนแบบสินค้าหรือลอกเลียนตราสินค้าของผู้อื่น ไม่เป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และไม่เป็นสินค้าหรือบริการที่ขัดต่อหลักศีลธรรมและจริยธรรม

       2. สินค้าและบริการ ต้องได้รับเครื่องหมาย หนังสือรับรองคุณภาพและมาตรฐาน เช่น อย. HACCP, GMP,มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.), มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.), IFROM ฯลฯ และมาตรฐานที่ประเทศเป้าหมายกำหนด

       3. กรณีบริษัทของผู้ประกอบการไม่ได้ทำการผลิตเอง ต้องมีการรับรองได้ว่าเป็นสินค้าที่ได้รับอนุญาตจากผู้ผลิตแล้ว

ประโยชน์ของบริการ

8. ประโยชน์ที่จะได้รับ

  • โอกาสขยายตลาด: เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลางและเป็นประตูสู่ประเทศกลุ่ม GCC
  • การสร้างเครือข่าย: เจรจาธุรกิจกับนักธุรกิจและคู่ค้าที่มีศักยภาพสูงจากทั่วโลก
  • เพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ: สร้างโอกาสการค้าและการลงทุนในระยะยาว
  • ยกระดับแบรนด์: เสริมสร้างความน่าเชื่อถือของสินค้าไทยในเวทีระดับนานาชาติ

สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับ

9. ค่าใช้จ่ายกิจกรรม

  • ค่าบริการพื้นที่รูปแบบ (Thai Pavilion): 135,000 บาท ต่อกิจการ (ราคานี้ไม่รวมค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าเดินทาง)

10. สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับ

  • พื้นที่และป้ายชื่อ: พื้นที่มาตรฐาน 2x2 เมตร (4 ตรม.) พร้อมป้ายชื่อกิจการแนวนอน ต่อกิจการ
  • อุปกรณ์แสดงสินค้า: แท่นวางสินค้า (Display Stand) ขนาด 68.5 x 33 x 79 ซม. ต่อกิจการ
  • เฟอร์นิเจอร์: เก้าอี้จำนวน 2 ตัว ต่อกิจการ
  • ระบบสาธารณูปโภค: ไฟฟ้าส่องสว่าง และจุดปลั๊กไฟ 16A จำนวน 1 จุด/ต่อกิจการ
  • พื้นที่เจรจาธุรกิจ:พื้นที่ส่วนกลางโต๊ะสำหรับรับรองลูกค้าและเจรจาธุรกิจขนาด 1.20  x 60 ซ.ม.

อื่นๆ

11. ประสบการณ์ของผู้จัดกิจกรรม

11.1 “สถาบัน” ได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายนักธุรกิจในภูมิภาคตะวันออกกลาง จึงมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในการนำพาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) ของไทยเข้าสู่ตลาดตะวันออกกลางมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ผ่านกิจกรรมที่ครอบคลุมทั้ง กิจกรรมแสดงสินค้า, การเจรจาธุรกิจ (Business Matching) และการศึกษาดูงานในพื้นที่จริง

  • กิจกรรมแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจ "Thai Expo SME One Fest in Bahrain 2019"
    • วันเวลาและสถานที่: วันที่ 10 - 14 กันยายน 2562 ณ ประเทศบาห์เรน
    • รายละเอียด: เป็นกิจกรรมเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการเชิงลึกผ่านการทดสอบตลาดและการเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ
    • ผลการดำเนินงาน: มีผู้ประกอบการไทยผ่านเกณฑ์คัดเลือกเข้าร่วมทั้งสิ้น 23 กิจการ ครอบคลุมกลุ่มสินค้าที่หลากหลาย อาทิ อาหารและเครื่องดื่มฮาลาล, สินค้าเพื่อสุขภาพ, ของตกแต่งบ้าน และงานหัตถกรรม
    • มูลค่าทางเศรษฐกิจ: สามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมแสดงสินค้าและการเจรจาธุรกิจ โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณการรวมกว่า 100,000,000 บาท

จากประสบการณ์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นตัวกลางสำคัญที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของสินค้าไทยในเวทีระดับนานาชาติ พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนที่ยั่งยืนในภูมิภาคตะวันออกกลางและกลุ่มประเทศ GCC

 

11.2 นอกเหนือจากประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมในพื้นที่จริงแล้ว สถาบันฯ ยังมีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางการค้าในระดับสากล โดยเฉพาะในช่วงที่การเดินทางระหว่างประเทศมีข้อจำกัด ดังเห็นได้จากความสำเร็จของกิจกรรมดังนี้

  • กิจกรรม "GLOMAT First Virtual Biz Matching Thai-Bahrain"
    • วันเวลาและสถานที่: วันที่ 24 กันยายน 2563 จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ ณ โรงแรม วี เอ็ม แกลเลอรี่ บาย โซฟิเทล (VIE Hotel Bangkok)
    • รูปแบบและนวัตกรรม: สถาบันฯ ได้อำนวยความสะดวกในการเจรจาธุรกิจผ่านระบบ Virtual Experience Business Matching System (VIXMA)ซึ่งเป็นระบบที่ทันสมัยในการจับคู่ธุรกิจออนไลน์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายช่องทางการตลาดไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เช่น บาห์เรน และราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • กลุ่มเป้าหมายนักธุรกิจ: กิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จในการดึงดูดนักธุรกิจชาวตะวันออกกลางมากกว่า 200 ราย เข้าร่วมการเจรจาธุรกิจรูปแบบ  B2B โดยครอบคลุมกลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพหลากหลายประเภท ได้แก่
      • ผู้นำเข้า และผู้ส่งออก
      • ตัวแทนจำหน่ายสินค้า
      • ฝ่ายจัดซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ต
      • เจ้าของโรงแรม และเจ้าของร้านอาหาร
      • ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
    • ผลการดำเนินงานและการคัดเลือก: จากความสนใจอย่างล้นหลามที่มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการมากกว่า 100 กิจการ สถาบันฯ ได้ดำเนินการคัดเลือกอย่างเข้มข้นตามเกณฑ์ที่กำหนด จนได้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพพร้อมแข่งขันจำนวน 50 กิจการ เข้าร่วมกิจกรรมเจรจาธุรกิจในครั้งนี้
    • มูลค่าทางเศรษฐกิจ: กิจกรรมนี้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและการจับคู่เจรจาการค้ารวมกว่า 300,000,000 บาท

ความสำเร็จจากกิจกรรม GLOMATสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของ สถาบันฯ ในด้านเครื่องมือและระบบเครือข่ายที่สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงผู้ซื้อตัวจริงในตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานในรูปแบบปกติหรือรูปแบบออนไลน์ก็ตาม

 

11.3 นอกเหนือจากความสำเร็จที่ผ่านมา สถาบันฯ ยังคงมุ่งเน้นการขยายโอกาสเชิงรุกในตลาดที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดในภูมิภาค โดยมีผลงานล่าสุดที่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพในการผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดซาอุดีอาระเบีย ดังนี้

  • การเจรจาธุรกิจในงาน "SAUDI FOOD EXPO 2025"
    • วันเวลาและสถานที่: ระหว่างวันที่ 20 – 25 เมษายน 2568 ณ เมืองริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
    • ความสำคัญของกิจกรรม: เป็นการนำผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่มีศักยภาพสูง เข้าสู่ตลาดที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อสร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายความร่วมมือทางการค้าระยะยาว
    • ผลการดำเนินงาน: สถาบันฯ ได้คัดเลือกและนำผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมเจรจาธุรกิจจำนวน  8 ราย ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยสามารถสร้าง รายได้ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในระยะเวลา  1 ปี รวมมูลค่ากว่า 13,700,000 บาท

ความสำเร็จจากงาน SAUDI FOOD EXPO 2025 ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม แต่ยังสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของ สถาบันฯ ในการคัดเลือกสินค้าที่ตรงความต้องการของตลาดซาอุดีอาระเบีย และความสามารถในการประสานงานเพื่อให้เกิดการจับคู่ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ

 

คำค้น (Keyword)

อุตสาหกรรมอาหาร

สาขาที่ให้บริการ

สำนักงานใหญ่

ข้อมูลในการติดต่อ

ระบบบริการ

฿135,000

เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ SME

กิจกรรมที่เข้าร่วม

การตลาดในประเทศ และต่างประเทศ

วันที่ยื่นข้อเสนอ :

01 ก.ค. 2569, 14:00 - 30 มิ.ย. 2570, 17:00

ผู้ให้บริการทางธุรกิจ

logo
มูลนิธิเพื่อสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม

โทรศัพท์มือถือ :

0641579663

โทรศัพท์อื่นๆ :

02 105 4778 ต่อ 2001, 3012

อีเมล :

info@ismed.or.th

เว็บไซต์ :

www.ismed.or.th

ที่อยู่ :

99 หมู่ 18 ถนนป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมสาสตร์ ศูนย์รังสิต ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120

เว็บไซต์สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น
เราจึงขอให้ท่านยินยอมสำหรับการใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน ข้อกำหนดเว็บไซต์ และนโยบายความเป็นส่วนตัว