India International Trade Fair 2026

banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner
banner

ข้อมูลบริการ

  • การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด
  • สิ่งทอ
  • ค้าปลีกและค้าส่ง
  • เครื่องสำอาง
  • ยาและสมุนไพร
  • สิ่งทอ

รายละเอียดบริการ

1. รายละเอียดบริการ

  • ชื่องาน: India International Trade Fair 2026
  • ประเภทของงาน: งานแสดงสินค้าอุปโภคบริโภคนานาชาติระดับพรีเมียม (Prestigious International Consumer Goods Exhibition) และงานแสดงทางการค้า (Trade Show)
  • กำหนดการจัดงาน: วันที่ 14 - 27 พฤศจิกายน  2569 (รวม 14 วัน)
  • สถานที่จัดงาน:Bharat Mandapam กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย (เดิมคือ Pragati Maidan)
  • พื้นที่การจัดงาน: ครอบคลุมพื้นที่อาคารแสดงสินค้าหลายฮอลล์ ได้แก่ Hall 1 (FF/GF), 2 (FF/GF), 3 (FF/GF), 4 (FF/GF), 5 (FF/GF), 6, 8-9-10, 11, 12, 12A, 14 (FF/GF)
  • หมายเหตุ: เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ โดยต้องได้รับการอนุมัติจาก สสว. ปิดรับสมัครภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เท่านั้น

2. ความเป็นมาของงาน

IITF 2026 เป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้านานาชาติที่ มีชื่อเสียงและใหญ่ที่สุดในอินเดีย โดยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ กรุงนิวเดลี เป็นเวลา 14 วัน สถานที่จัดงานอย่าง Bharat Mandapam เป็นศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติ (IECC) ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในอินเดีย ซึ่งใช้เงินลงทุนกว่า 2,700 ล้านรูปี และเคยได้รับความสนใจจากทั่วโลกในฐานะสถานที่จัดประชุมสุดยอด G20เมื่อปี 2023

ความเป็นมาของงาน IITF และสถานที่จัดงาน

  • งาน IITF:เป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้านานาชาติที่มีชื่อเสียงและใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย โดยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ กรุงนิวเดลี ต่อเนื่องเป็นเวลา 14 วัน
  • สถานที่จัดงาน: จัดขึ้นที่ Bharat Mandapam (เดิมคือ Pragati Maidan) ซึ่งเป็นศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติ (IECC) ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในอินเดีย
  • ความสำคัญระดับโลก: สถานที่แห่งนี้ใช้เงินลงทุนกว่า 2,700 ล้านรูปีอินเดีย และเคยเป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอด G20เมื่อปี 2023 โดยได้รับคะแนนความพึงพอใจจากผู้ใช้งานสูงถึง  4.9 จาก 5 ดาว,
  • การมีส่วนร่วมของไทย: สมาคมผู้ส่งออกเอสเอ็มอีไทยและสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) ได้ผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานนี้อย่างต่อเนื่อง โดยใน 5 ครั้งล่าสุด (ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน) พื้นที่ Thailand Pavilion ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนกลายเป็นโซนที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากชาวอินเดีย

 

 

สรุปผลมูลค่าทางเศรษฐกิจและสถิติสำคัญ

จากการจัดงานที่ผ่านมา งานนี้สร้างผลทางเศรษฐกิจและมีสถิติที่น่าสนใจ ดังนี้

  • จำนวนผู้เข้าชม: มีผู้เข้าชมงานสูงถึง 500,000 คนต่อวัน และมียอดผู้เข้าชมรวมตลอดระยะเวลาจัดงานกว่า 5.4 ล้านคน
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวม: สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 750 ล้านรูปีอินเดีย หรือแปลเป็นเงินไทยได้ประมาณ 259 ล้านบาท
  • ยอดขายเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการไทย: สามารถสร้างยอดขายและยอดสั่งซื้อล่วงหน้าได้สูงถึงประมาณ 90 ล้านบาทต่อปี

งานนี้จึงถือเป็นเวทีสำคัญในการใช้ Soft Power และคุณภาพของสินค้าไทยเพื่อเจาะตลาดผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงในเมืองเศรษฐกิจของอินเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทบาทและขอบเขตการดำเนินงานของพันธมิตร

สมาคมผู้ส่งออก เอส เอ็ม อี ไทย มีบทบาทในการบริหารจัดการและสนับสนุนการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าของผู้ประกอบการไทย โดยครอบคลุมการดำเนินงานสำคัญ ได้แก่

  • การติดต่อและประสานงานการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ
  • การสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และการสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ
  • การจัดเตรียมพื้นที่การจัดกิจกรรม  Business Matching เพื่อส่งเสริมการเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ
  • การอำนวยความสะดวกด้านการเข้าร่วมงาน การบริหารพื้นที่แสดงสินค้าและการประสานงานกับผู้จัดงาน

ทั้งนี้ พันธมิตร เห็นถึงความสำคัญของบทบาท สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทย ตลอดจนการผลักดันการจัดกิจกรรมงานแสดงสินค้าและกิจกรรมเจรจาธุรกิจ จึงใคร่ขอเรียนเชิญสถาบันฯ เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมดังกล่าวสำหรับการดำเนินงานของ สถาบันฯ ในด้านการจัดกิจกรรมแสดงสินค้าและการเจรจาธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ SME ไทย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีรายละเอียดบทบาทหน้าที่ อาทิ

  • การจัดกิจกรรมแสดงสินค้าและเชื่อมโยงธุรกิจ (Trade Exhibitions & Networking)

สถาบันฯ มีบทบาทสำคัญในการจัดกิจกรรมแสดงสินค้าและเชื่อมโยงธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของบริการเครื่องมือทางธุรกิจ (Business Tools Service) เพื่อให้ผู้ประกอบการมีพื้นที่ในการนำเสนอสินค้าและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้โดยตรง

  • การเจรจาธุรกิจและการสร้างเครือข่าย (Business Matching)
  • นอกจากการจัดแสดงสินค้าแล้ว สถาบันฯ ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นที่ปรึกษาเพื่อเชื่อมโยงธุรกิจและแสวงหาความร่วมมือทางธุรกิจของ SMEsหน้าที่นี้รวมถึง
  • การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching): เพื่อสร้างพันธมิตรทางการค้าและขยายฐานการตลาด
  • การเข้าสู่ตลาดจริง มุ่งเน้นการขยายแผนงานที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Business Value Chain) เพื่อให้ SME สามารถเข้าสู่ตลาดและเกิดเศรษฐกิจการค้าจริง
  • การส่งเสริมผู้ประกอบการสู่ตลาดต่างประเทศ (SME Exporter)

สถาบันฯ กำหนดให้การพัฒนา SME Exporterเป็นหนึ่งในประเด็นขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระดับสากล โดยมีการสนับสนุนในด้านต่างๆ เช่น

  • กิจกรรมและช่องทางการตลาด ดำเนินการกิจกรรมทางการตลาด ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์
  • การร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อเพิ่มโอกาสและขยายช่องทางทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้ดำเนินงานรวมถึงทำความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีบทบาทด้านการค้าโดยตรง ในการพัฒนาและดำเนินโครงการส่งเสริมการตลาด อันจะช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดใหม่และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยบทบาทเหล่านี้ สถาบันฯ จึงไม่ได้เพียงแค่ให้ความรู้ แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้ SME ไทยเข้าถึงโอกาสทางการค้าใหม่ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจให้เติบโต

3. กลุ่มเป้าหมาย

3.1 กลุ่มผู้ประกอบการที่สามารถสมัครจัดแสดงสินค้า (Exhibitors)

  • สินค้าเกษตรและอาหาร: ผลิตภัณฑ์จากปอกระเจา (Jute), ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว (Coir), อาหารแปรรูป, เครื่องดื่ม และขนมหวาน
  • แฟชั่นและสิ่งทอ: สิ่งทอ, เสื้อผ้าสำเร็จรูป และงานฝีมือดั้งเดิม
  • เครื่องใช้ในบ้านและเฟอร์นิเจอร์: เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน, อุปกรณ์ในครัว, เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน
  • สุขภาพและความงาม: ยาและเวชภัณฑ์, เคมีภัณฑ์, เครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
  • เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม: โทรคมนาคม, ภาคพลังงาน, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, เครื่องจักร และสินค้าวิศวกรรม
  • สินค้าไลฟ์สไตล์: อัญมณีและเครื่องประดับ, อุปกรณ์กีฬา, ของเล่น และยานยนต์

 

3.2 กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าชมงาน (Visitors)

กลุ่มผู้เข้าชมงานมีความหลากหลาย ทั้งในระดับนโยบายและระดับผู้บริโภค ประกอบด้วย

  • กลุ่มนักธุรกิจและคู่ค้า (Business Visitors): ผู้บริหารระดับสูง, คณะผู้แทนการค้าจากต่างประเทศ, ทูตต่างประเทศ, ผู้นำทางธุรกิจ, และผู้มีอำนาจตัดสินใจ
  • กลุ่มภาครัฐ: ผู้กำหนดนโยบาย, หน่วยงานจากกระทรวงต่างๆ ของรัฐบาล, และหน่วยงานภาครัฐ
  • กลุ่มเจ้าของกิจการ: จากสถิติพบว่ามีกลุ่มเจ้าของกิจการ (Owner), ผู้ประกอบการรายเดียว (Proprietor), และผู้อำนวยการบริษัท (Director) สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
  • กลุ่มบุคคลทั่วไป (Public): ประชาชนทั่วไปที่สนใจเลือกซื้อสินค้าและชมนวัตกรรมใหม่ๆ จากทั่วโลก ซึ่งสามารถเข้าชมงานได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า

4. วัตถุประสงค์ของการจัดงาน

  • เพื่อจัดแสดงสินค้าและบริการที่ครอบคลุมหลากหลายภาคส่วน ตั้งแต่งานฝีมือดั้งเดิมไปจนถึงเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสมัยใหม่
  • เพื่อสร้าง โอกาสทางการตลาดและเครือข่ายธุรกิจ ให้กับผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมได้เชื่อมต่อและร่วมมือกัน
  • เพื่อเป็นเวทีในการสำรวจและแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์นานาชาติจากทั่วโลก

5. กิจกรรมภายในงาน

  • การจัดแสดงสินค้า (Exhibition):ครอบคลุมสินค้าจากภาคส่วนต่างๆ เช่น งานฝีมือ, สิ่งทอ, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ยานยนต์, เครื่องจักร, ผลิตภัณฑ์อาหาร และอัญมณี
  • การเชื่อมต่อทางธุรกิจ (Networking):เปิดโอกาสให้ผู้ค้าและมืออาชีพได้พบปะเจรจาธุรกิจโดยตรง
  • การจัดแสดงศักยภาพของรัฐและหน่วยงาน: มีการแสดงความสำเร็จและโครงการต่างๆ ของรัฐบาลอินเดีย

6. รูปแบบลักษณะการจัดงาน

เป็นงานแสดงสินค้าแบบ Multisectoralที่รวบรวมหลากหลายอุตสาหกรรมไว้ในที่เดียว โดยใช้พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการที่ทันสมัย มีพื้นที่รวมกว่า 150,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยฮอลล์นิทรรศการหลายแห่ง, หอประชุมขนาดใหญ่ (Plenary Hall) และอัฒจันทร์กลางแจ้ง (Open-air amphitheatre)

รูปแบบการจัดกิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในพื้นที่

ซึ่งทางสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กำหนดพื้นที่สำหรับแสดงสินค้าออกร้านจำหน่ายสินค้าและเจรจาธุรกิจเป็นรูปแบบ Thai Pavilion เป็นพื้นที่ได้รับการออกแบบให้มีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนเพื่อการจดจำ โดยมีการติดตั้งป้ายชื่อผู้ประกอบการและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพื้นฐาน

การจัดกิจกรรมภายในงานแสดงสินค้าและออกร้านจำหน่ายสินค้า ได้มีการเตรียมความพร้อมของพื้นที่บูธและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนการนำเสนอสินค้า การจำหน่ายสินค้า และการเจรจาธุรกิจของผู้เข้าร่วมงาน โดยมีรายละเอียดดังนี้

บูธจัดแสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้าจะติดตั้งป้ายชื่อบูธ เพื่อแสดงชื่อผู้ประกอบการหรือหน่วยงานอย่างชัดเจน ช่วยสร้างการจดจำและเสริมภาพลักษณ์ที่เป็นทางการภายในงาน

ภายในบูธมีการจัดเตรียมพื้นที่มาตรฐาน ขนาดกว้าง 1.5 เมตร ยาว 3.0 เมตร (4.5 ตรม.) เหมาะสำหรับการจัดแสดงสินค้า การออกร้านจำหน่ายสินค้า และการต้อนรับผู้เข้าชมงาน

ด้านระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง บูธจะติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างภายในบูธ เพื่อให้พื้นที่จัดแสดงสินค้ามีความสว่างเหมาะสม และเสริมสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการนำเสนอและจำหน่ายสินค้า

พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดเตรียมจุดปลั๊กไฟมาตรฐานสำหรับใช้งานในสาธารณรัฐอินเดีย เมืองนิวเดลี รองรับระบบไฟฟ้ามาตรฐาน 230 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ (230V / 50Hz) พร้อมปลั๊กไฟมาตรฐานอินเดียแบบ Type C, Type D และ Type M รองรับกระแสไฟฟ้าขนาด 16 แอมป์ (16A) สำหรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์นำเสนอภายในบูธ

ขั้นตอนการดำเนินงาน

7. ขั้นตอนการดำเนินงาน

7.1 พันธมิตรการเตรียมความพร้อมก่อนการจัดกิจกรรม (Pre-Event Preparation)

  1. การประชาสัมพันธ์และรับสมัครผู้ประกอบการ
    ดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการและเปิดรับสมัครผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการขยายตลาด
  2. การจัดกิจกรรมอบรมเตรียมความพร้อม (Market Insight)
    เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาด แนวโน้มอุตสาหกรรม พฤติกรรมผู้บริโภค และข้อควรคำนึงในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการก่อนเข้าร่วมกิจกรรม

7.2 หน่วยผู้ให้บริการ

  1. สมัครผ่านโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS
  2. เจ้าหน้าที่สถาบันฯ จะเป็นผู้ติดต่อแจ้งผลการพิจารณาคัดเลือก
  3. ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องชำระเงินเต็มจำนวนภายในวันที่ที่สถาบันฯ กำหนดหากไม่ชำระภายในกำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์
  4. ประชุมเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมกิจกรรม โดยเจ้าหน้าที่สถาบันฯ จะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดต่างๆ
  5. ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่สถาบันฯ ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมเสร็จสิ้นแล้ว ต้องทำแบบประเมินความพึงพอใจและสรุปยอดขายทั้งหมดให้สถาบันฯ ทราบ

7.3คุณสมบัติผู้ประกอบการ

1. สินค้าและบริการที่นำมาเข้าร่วมต้องไม่ผิดกฎหมาย และไม่เคยมีประวัติเสียหาย ไม่ลอกเลียนแบบ 

    สินค้าหรือลอกเลียนตราสินค้าของผู้อื่น ไม่เป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา  

    และไม่เป็นสินค้าหรือบริการที่ขัดต่อหลักศีลธรรมและจริยธรรม

2. สินค้าและบริการ ต้องได้รับเครื่องหมาย หนังสือรับรองคุณภาพและมาตรฐาน เช่น อย. HACCP, GMP,   

    ฮาลาล (Halal) มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.), มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.), IFROM  

    ฯลฯ และ มาตรฐานที่ประเทศเป้าหมายกำหนด

3. กรณีบริษัทของผู้ประกอบการไม่ได้ทำการผลิตเอง ต้องมีการรับรองได้ว่าเป็นสินค้าที่ได้รับอนุญาตจาก

    ผู้ผลิตแล้ว

ประโยชน์ของบริการ

8. ประโยชน์ที่จะได้รับ

  • โอกาสเข้าถึงผู้ซื้อจำนวนมหาศาล: งานนี้มีสถิติผู้เข้าชมรวมกว่า 5.4 ล้านคน
  • การสร้างชื่อเสียงในระดับสากล: การจัดแสดงสินค้าในสถานที่ที่ได้รับความพึงพอใจจากผู้ใช้งานสูงถึง 4.9/5 ดาว และเป็นสถานที่ระดับโลกอย่าง Bharat Mandapam
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: งานนี้คาดว่าสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงถึง 750 ล้านรูปี

สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับ

9. ค่าใช้จ่ายกิจกรรม (ราคานี้ยังไม่รวมค่าที่พัก ค่าอาหารและค่าเดินทาง) 

ค่าบริการกิจกรรมแสดงสินค้าและกิจกรรมเจรจาธุรกิจ 135,000 บาท 

10. สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับ

     พื้นที่สำหรับการเจรจาธุรกิจและจัดแสดงสินค้าพร้อมโครงสร้างบูธมาตรฐานและอุปกรณ์พื้นฐานขนาดกว้างและยาว 1.5*3 เมตร ขนาด 4.5 ตารางเมตร (เปิดด้านเดียว)

  • พื้นที่แสดงสินค้าพร้อมโครงสร้างพร้อมผนังกั้น
  • ป้ายชื่อกิจการแบบแสดงด้านบนของบูธ
  • อุปกรณ์ไฟส่องสว่างภายในคูหา
  • ปลั๊กไฟขนาด 230 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ (230V / 50Hz) จำนวน 1 จุด
  • เคาน์เตอร์ 1 ตัว
  • เก้าอี้ 2 ตัว

    ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
    โทรศัพท์ 082-450-2626 (ธีรโชติ)

อื่นๆ

11. ประสบการณ์ของผู้จัดกิจกรรม

1. ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของหน่วยงานดำเนินงาน

  • สมาคมผู้ส่งออกเอสเอ็มอีไทย (พันธมิตรหลัก) มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการนำผู้ประกอบการไทยขยายตลาดต่างประเทศมายาวนานกว่า  14 ปี (ก่อตั้งเมื่อปี  2553) โดยมีสมาชิกในเครือข่ายมากกว่า 1,000 ราย
  • ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในตลาดอินเดีย  สมาคมฯ มีผลงานการจัดงานแสดงสินค้าในอินเดียมาแล้วครอบคลุมมากกว่า 20 เมืองสำคัญ เช่น นิวเดลี, มุมไบ, เจนไน และบังคาลอร์ เป็นต้น
  • บทบาทของสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  มีความเชี่ยวชาญในฐานะ "สะพานเชื่อมโยงธุรกิจ" (Business Bridge)และที่ปรึกษาเพื่อช่วยให้ SME เข้าถึงเครือข่ายความร่วมมือและเกิดมูลค่าทางธุรกิจจริง (Business Value Chain) ผ่านกิจกรรมเตรียมความพร้อมและข้อมูลเชิงลึกด้านการตลาด (Market Insight)

2. ผลงานเชิงประจักษ์ในงาน India International Trade Fair (IITF)

ทั้งสองหน่วยงานมีความต่อเนื่องในการผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงาน IITF ณ กรุงนิวเดลี รวม 5 ครั้งล่าสุด (ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน) ซึ่งมีรายละเอียดความสำเร็จดังนี้:

  • การบริหารจัดการพื้นที่  Thailand Pavilionประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการพื้นที่ ซึ่งเป็นโซนที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากชาวอินเดีย จนเกิดปรากฏการณ์ "บัตรเข้าชมงานหมดก่อนเวลา 12.00 น." ในบางวัน และต้องจำกัดจำนวนคนเข้าชมเพื่อความปลอดภัยเนื่องจากความหนาแน่นของผู้สนใจ
  • ความสำเร็จด้านการเจรจาธุรกิจและจำหน่ายปลีก  ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในรูปแบบ  B2B (Trade Days) ซึ่งมีผู้นำเข้าขอเจรจาซื้อสินค้าทันที และรูปแบบ B2C (Public Days) ที่สินค้าไทยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม
  • วิทยากรและผู้เชี่ยวชาญ  กิจกรรมดำเนินการโดยนายกสมาคมผู้ส่งออกเอสเอ็มอีไทย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จัดงานเจรจาธุรกิจและแสดงสินค้ามานานกว่า  10 ปี
  1. สถิติและความสำเร็จที่สำคัญ (Key Achievements)
  • ด้านเศรษฐกิจ สามารถสร้างยอดขายและยอดสั่งซื้อล่วงหน้าได้สูงถึงประมาณ 90 ล้านบาทต่อปี และก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวมมูลค่ากว่า 750 ล้านรูปีอินเดีย (ประมาณ 259 ล้านบาท)
  • ด้านการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย  มีจำนวนผู้เข้าชมงานสูงถึง 500,000 คนต่อวัน และมียอดผู้เข้าชมรวมตลอดระยะเวลาจัดงานกว่า  5.4 ล้านคน
  • มาตรฐานระดับสากล  ร่วมบริหารจัดการงานในสถานที่ระดับโลกอย่าง  Bharat Mandapam (Pragati Maidan) ซึ่งเป็นศูนย์นิทรรศการที่ทันสมัยที่สุดในอินเดียและเป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอด  G20 โดยได้รับคะแนนความพึงพอใจจากผู้ใช้งานสูงถึง 4.9 จาก 5 ดาว
  • การส่งเสริม Soft Power การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องได้พิสูจน์ให้เห็นว่ากิจกรรมนี้เป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้  Soft Power และคุณภาพของสินค้าไทยเพื่อเจาะตลาดผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงในเมืองเศรษฐกิจของอินเดีย

คำค้น (Keyword)

ออกบูธอาหารต่างประเทศ เครื่องแต่งกาย อัญมณี กลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ

สาขาที่ให้บริการ

สำนักงานใหญ่

ข้อมูลในการติดต่อ

ระบบบริการ

฿135,000

เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ SME

กิจกรรมที่เข้าร่วม

การตลาดในประเทศ และต่างประเทศ

วันที่ยื่นข้อเสนอ :

01 ก.ค. 2569, 14:00 - 30 มิ.ย. 2570, 17:00

ผู้ให้บริการทางธุรกิจ

logo
มูลนิธิเพื่อสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม

โทรศัพท์มือถือ :

0641579663

โทรศัพท์อื่นๆ :

02 105 4778 ต่อ 2001, 3012

อีเมล :

info@ismed.or.th

เว็บไซต์ :

www.ismed.or.th

ที่อยู่ :

99 หมู่ 18 ถนนป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมสาสตร์ ศูนย์รังสิต ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120

เว็บไซต์สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น
เราจึงขอให้ท่านยินยอมสำหรับการใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน ข้อกำหนดเว็บไซต์ และนโยบายความเป็นส่วนตัว