ชื่อโครงการ

โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS ปีงบประมาณ 2565 (SME ปัง ตังได้คืน)

วันที่เปิดรับลงทะเบียน

17 ม.ค. 2565 - 30 ก.ย. 2566


รายละเอียดโครงการ

          สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้เปิดตัวมาตรการ SME ปัง ตังได้คืน ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS หรือ (Business Development Service) ปี 2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงการบริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบใหม่ ที่ผู้ประกอบการ SME จะสามารถเลือกรับการบริการ หรือรับการพัฒนากับผู้ให้บริการทางธุรกิจ (Business  Development Service Provider : BDSP) ในด้านที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจของตน   โดย สสว. จะอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาให้แก่ผู้ประกอบการ SME แบบร่วมจ่าย  (co-payment)  ในสัดส่วนร้อยละ 50 – 80 ตามขนาดของธุรกิจ แต่ไม่เกินรายละ 200,000 บาท  ซึ่งผู้ประกอบการ SME สามารถยื่นข้อเสนอเพื่อขอรับการบริการและการพัฒนาในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ ด้านการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด และตลาดต่างประเทศ ฯลฯ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ https://bds.sme.go.th

 

เป้าหมาย

     ผู้ประกอบการ SME ที่เป็นนิติบุคคล หรือผู้ประกอบการ SME ที่จดทะเบียนกับหน่วยงานภาครัฐ  เน้นกลุ่มท่องเที่ยว / อาหาร-เครื่องดื่ม-ยา-สมุนไพร / New S-Curve / BCG / เกษตรแปรรูป เป็นต้น

 

ประเภทบริการและหมวดค่าใช้จ่ายที่สนับสนุน

  1. การเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพธุรกิจ
  2. การพัฒนาและบริหารธุรกิจ
  3. การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ
  4. การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด
  5. การพัฒนาตลาดต่างประเทศ
  6. การพัฒนานวัตกรรมอื่นในที่เป็นประโยชน์และจำเป็นต่อการพัฒนาและยกระดับทางธุรกิจ
    ตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนด

***โดยการดำเนินการในระยะที่ 1 (Phase แรก) ของปี 2565 จะให้การสนับสนุนเฉพาะในหมวดที่ 3 หมวดที่ 4 และหมวดที่ 5 ดังนี้***

หมวดที่ 3 การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ เช่น 

  • ค่าใช้จ่ายเตรียมความพร้อมเข้าสู่มาตรฐาน / การประเมินสถานที่ หรือเพื่อให้ได้มาตรฐาน เช่น มาตรฐาน อย. , มผช. , ISO , GMP , HACCP , Q Mark
  • ค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์ ประเมินต่าง ๆ รวมถึงการสอบเทียบเครื่องมือทุกประเภท เช่น เครื่องมือชั่ง ตวง วัด ฯลฯ
  • ค่าใช้จ่ายบริการเพื่อเตรียมความพร้อม ช่วยเหลือ เพื่อให้มาซึ่งการขึ้นทะเบียน ใบรับรอง ใบอนุญาต หรือทะเบียนต่าง ๆ เพื่อประกอบธุรกิจตามที่กฎหมายกำหนด หรือเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ประกอบการ เป็นต้น

หมวดที่ 4 และ 5 การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด และการพัฒนาตลาดต่างประเทศ  เช่น

  • ค่าคูหา (พื้นที่ พร้อมคูหา รวมค่าป้ายหรืออุปกรณ์ส่วนควบต่าง ๆ ของคูหาค่าธรรมเนียมต่าง ๆ) ในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ยกเว้นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • ค่าเข้าร่วมกิจกรรมการเจรจาการค้าหรือจับคู่ธุรกิจทั้งในประเทศ หรือต่างประเทศ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสมัคร ฯลฯ ยกเว้นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • ค่าเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมช่องทางการค้าด้วยระบบ Online ทั้งในประเทศ และต่างประเทศผ่าน Platform ที่มีชื่อเสียงหรือได้รับความนิยม เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสมัคร ฯลฯ ยกเว้นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • ค่าใช้จ่ายในการให้คำปรึกษาแนะนำ หรือค่าใช้จ่ายในการจัดทำแผน หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อการจัดทำกลยุทธ์ในการขยายสินค้า และ/หรือบริการจากภูมิภาคหรือประเทศหนึ่งไปยังภูมิภาคหรือประเทศอื่น ๆ หรือสร้างการรับรู้แบรนด์ในประเทศหรือภูมิภาคอื่นเพิ่มเติม หรือค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนหรือคู่ค้าในต่างประเทศเพิ่มเติม การส่งเสริมหรือผลักดันเข้าสู่การเป็นเครือข่ายสินค้า และ/หรือบริการ กับธุรกิจในต่างประเทศ ฯลฯ เป็นต้น

พื้นที่ดำเนินการ     ทั่วประเทศ

 

ระยะเวลาดำเนินโครงการ

  • สำหรับ SME สามารถยื่นข้อเสนอเพื่อขอรับความช่วยเหลือ อุดหนุน ได้เป็น 2 ระยะ ดังนี้

          - ระยะที่ 1  วันที่  14 มีนาคม - 14 เมษายน 2565

          - ระยะที่ 2  วันที่  1 พฤษภาคม - 31 สิงหาคม 2566

         ***(SME ต้องดำเนินการพัฒนา รายงานผลการพัฒนา  และนำส่งเอกสารการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 30 กันยายน 2566)***

  • สำหรับผู้ให้บริการทางธุรกิจ สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการทางธุรกิจ ได้จนถึง 30 กันยายน 2566

 

สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ (e-Voucher)

สสว. จะช่วยเหลือ อุดหนุนงบประมาณแก่ผู้ประกอบการ SME ที่ยื่นข้อเสนอการพัฒนาและได้รับการอนุมัติแล้วในสัดส่วนดังนี้

 

ขนาดวิสาหกิจ

สถานะการเป็น  SME

สสว.ให้การสนับสนุน

สัดส่วนไม่เกิน

วงเงินที่ สสว. สนับสนุนไม่เกิน

MICRO SME

รายได้ต่อปีไม่เกิน 1.8 ล้านบาท

เป็นนิติบุคคล หรือ

บุคคลธรรมดาที่

จดทะเบียนกับหน่วยงานภาครัฐ (วิสาหกิจชุมชน / จดทะเบียนพาณิชย์)

80 %

50,000 บาท

SE

รายได้ต่อปี

ภาคการผลิตไม่เกิน 40 ล้านบาท

และภาคธุรกิจอื่นไม่เกิน 20 ล้านบาท

80 %

100,000 บาท

SE+ / ME

รายได้ต่อปี

ภาคการผลิตไม่เกิน 500 ล้านบาท

และภาคธุรกิจอื่น ไม่เกิน 300 ล้านบาท

นิติบุคคล

50 %

200,000 บาท

 

หมายเหตุ    1) วงเงินที่ สสว. สนับสนุน รวมภาษี, ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ แล้ว

                   2) โดยในปีงบประมาณ 2565 นี้  กำหนดให้ SME 1 กิจการ สามารถยื่นข้อเสนอการพัฒนาเพื่อขอรับความช่วยเหลือ อุดหนุนงบประมาณ กิจการละ 2 สิทธิ์ 
                        หรือ 2 ข้อเสนอการพัฒนา แต่รวมแล้วจะไม่เกินวงเงินที่ สสว. จะสนับสนุนแต่ละรายตามที่กำหนด  รายละเอียดตามประกาศสำนักงานฯ

 

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ

คุณสมบัติของผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการขอยื่นข้อเสนอการพัฒนาเพื่อรับความช่วยเหลือ อุดหนุน จากโครงการฯ

    SME ที่ขอรับความช่วยเหลือ อุดหนุน จากเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ต้องมีสถานะความเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

     1.  เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือเป็นบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนการประกอบธุรกิจกับหน่วยงานภาครัฐ โดยมุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมในสาขาดังต่อไปนี้

  • กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง
  • กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม การผลิตยาและสมุนไพร
  • กลุ่มอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) หรือ BCG
  • กลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve
  • กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ

     2.  เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

     3.  กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีสัญชาติไทย 

     4.  กรณีเป็นนิติบุคคล ต้องมีจำนวนหุ้นที่บุคคลสัญชาติไทยถืออยู่เกินกว่าร้อยละห้าสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด

     5. ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์

     6. ไม่ประกอบกิจการที่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี

     7. ไม่อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนหรือตัดสิทธิการขอรับความช่วยเหลือ การส่งเสริมหรือสนับสนุนจากเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

     8. เป็นผู้ยื่นชำระภาษีตามกฎหมาย และต้องแนบสำเนารายการแสดงการยื่นภาษีประจำปีภาษี 2562 หรือปี 2563 หรือปี 2564 ปีใดปีหนึ่ง โดย

  • กรณีเป็นบุคคลธรรมดา จะต้องยื่นสำเนาแบบแสดงรายการ ภงด.90 หรือ ภพ.30
  • กรณีเป็นนิติบุคคล จะต้องยื่นสำเนาแบบแสดงรายการ ภงด.50

     9. มีคุณสมบัติหรือไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่สำนักงานประกาศกำหนด

 

เอกสารประกอบการเสนอขอเบิกจ่ายเงินและการขอรับเงินโอนผ่านระบบ KTB  Online ของผู้ประกอบการ SME

หมายเหตุ  1. ผู้มีสิทธิ์รับเงินเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมในการโอนเงินทั้งจำนวนตามที่ธนาคารเรียกเก็บ หากบัญชีรับโอนเงินเป็นบัญชีของธนาคารกรุงไทย 

                      ค่าธรรมเนียมโอนเงินครั้งละ 10 บาท หากเป็นบัญชีของธนาคารอื่นจำนวนเงินโอนไม่เกิน 2 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมโอนเงินครั้งละ 12 บาท

 

คุณสมบัติของผู้ให้บริการทางธุรกิจ ที่ต้องการขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการทางธุรกิจบนระบบ BDS

  • เป็นส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การเอกชน ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ.2543 และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศกำหนดองค์การเอกชนอื่น พ.ศ.2560 กำหนดให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล ที่มีแนวทางหรือหน้าที่ในการให้บริการธุรกิจแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

          กรณีเป็นหน่วยงานเอกชน ซึ่งเป็นหน่วยสนับสนุน หรือได้รับการมอบหมาย หรือได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย หรือข้อบังคับ จากส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ในการทำหน้าที่เป็นหน่วยตรวจ (Inspection Body : IB) หรือหน่วยรับรอง (Certification Body : CB) ในเรื่องการขอมาตรฐานต่าง ๆ จะต้องมีหนังสือรับรองจากส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ นั้น จะต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ.2543 และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศกำหนดองค์การเอกชนอื่น พ.ศ.2560 และต้องมีคุณสมบัติอื่นตามประกาศสำนักงานฯ เรื่อง เชิญชวนหน่วยงานที่ประสงค์ขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ปี 2565 ฉบับลงวันที่ 18 มกราคม 2565

  • หน่วยงานที่ประสงค์ขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางธุรกิจ ต้องมีความเชี่ยวชาญอันเป็นที่ประจักษ์ในด้านการเป็นผู้ให้บริการที่สามารถพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และต้องเป็นบริการที่มีการให้บริการอยู่ก่อนแล้ว ไม่เป็นเรื่องหรือบริการที่จัดทำหรือจัดเตรียมขึ้นใหม่ โดยอย่างน้อยต้องเป็นบริการในด้านใดด้านหนึ่ง ตามประกาศสำนักงานฯ ฉบับลงวันที่ 18 มกราคม 2565 ข้างต้น
  • มีสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศไทย
  • เป็นผู้ยื่นชำระภาษีตามกฎหมาย
  • ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือถูกสาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์
  • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นที่สำนักงานฯ ประกาศกำหนด

 

** รายละเอียดอื่น ๆ ปรากฏตามประกาศสำนักงาน เรื่อง เชิญชวนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ยื่นความประสงค์ขอรับการช่วยเหลือ อุดหนุน ฯ และประกาศการขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ ตามไฟล์แนบ **

 

ดาวน์โหลด
ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอการพัฒนา เพื่อขอรับความช่วยเหลือ อุดหนุน ของ SME
ประกาศสำนักงานฯ เรื่องเชิญชวนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมฯ
คู่มือการใช้งานระบบ BDS สำหรับผู้ประกอบการ SME
ประกาศสำนักงานฯ เรื่อง เชิญชวนหน่วยงานที่ประสงค์ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการทางธุรกิจ
แบบรายงานผลการพัฒนา (ประกอบการขอเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือ อุดหนุน)
แบบอุทธรณ์ผลการพิจารณาการให้ความช่วยเหลือ อุดหนุน
หนังสือรับรองการเป็นผู้มีคุณสมบัติบุคคลไม่ล้มละลาย
ประกาศสำนักงานฯ เรื่อง แนวปฏิบัติการรับเงิน ให้ความช่วยเหลือ อุดหนุนฯ
ประกาศสำนักงานฯ เรื่อง การขยายระยะเวลาโครงการและการกำหนดคุณสมบัติ BDSP
ประกาศสำนักงานฯ เรื่อง การขยายระยะเวลาการยื่นข้อเสนอของ SME และการเพิ่มเติมคุณสมบัติของ SMe
แบบฟอร์มรายรับ รายจ่าย สำหรับวิสาหกิจชุมชน
แบบฟอร์มยืนยันการเป็นวิสาหกิจชุมชน


เว็บไซต์สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น
เราจึงขอให้ท่านยินยอมสำหรับการใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน ข้อกำหนดเว็บไซต์ และนโยบายความเป็นส่วนตัว